องค์กรสื่อ วอน บิ๊กตู่ ไฟเขียวสื่อไทยและเทศรายงานข่าวช่วง เคอร์ฟิว

องค์กรสื่อ วอน บิ๊กตู่ ไฟเขียวสื่อไทยและเทศรายงานข่าวช่วง เคอร์ฟิว

องค์กรสื่อ วอน บิ๊กตู่ ไฟเขียวสื่อไทยและเทศรายงานข่าวช่วง เคอร์ฟิว

องค์กรสื่อ วอน บิ๊กตู่ ไฟเขียวสื่อไทยและต่างประเทศ รายงานข่าวในช่วง เคอร์ฟิว เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เสนอให้ตรวจสอบบัตรที่ระบุตัวตน

วันที่ 6 เม.ย. สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย หรือ FCCT เปิดเผยว่า ทางองค์กรได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถปฏิบัติงานในช่วงเคอร์ฟิวได้ เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ด้าน เกว็น โรบินสัน ประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ "ข่าวสด" ว่า องค์กรเข้าใจว่าการระบาดของโควิด-19 กระทบต่อทุกภาคส่วนของสังคม และทุกคนควรสนับสนุนมาตรการที่ออกมาเพื่อหยุดการระบาดของเชื้อโรค นอกจากนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยยังเชื่อว่าสื่อมวลชนควรได้รับการคุ้มครองสิทธิเพื่อรายงานผลกระทบของมาตรการต่างๆ ต่อสังคมด้วย

"สื่อมวลชนทั่วโลกในขณะนี้ได้รายงานข่าวจากโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และพื้นที่ที่ประกาศเคอร์ฟิว เพื่อให้ผู้ชมที่บ้านได้รับทราบถึงความร้ายแรงของภัยโรคระบาดครั้งนี้ และนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่สำคัญให้ประชาชน" เกว็นระบุ "ด้วยบริบทดังกล่าว เราจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล และเราขอส่งกำลังใจให้รัฐบาลที่กำลังต่อสู้กับโรคระบาดอันร้ายแรงนี้"

ทั้งนี้ เนื้อหาของหนังสือที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยยื่นต่อนายกรัฐมนตรีมีเนื้อหาว่า ทางองค์กรเชื่อว่าทั้งสื่อไทยและสื่อต่างชาติที่ประจำในประเทศไทย มีหน้าที่รายงานสถานการณ์ในช่วงวิกฤติครั้งนี้ให้ทั่วโลกได้รับทราบและเข้าใจ ทางองค์กรได้รับทราบถึงเหตุผลที่รัฐบาลจำเป็นประกาศเคอร์ฟิวเพื่อหยุดการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ขณะเดียวกัน องค์กรเห็นว่ารัฐบาลควรอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถปฏิบัติงานได้ภายใต้สถานการณ์เคอร์ฟิวด้วย

หนังสือดังกล่าวยังเสนอด้วยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถตรวจสอบและระบุตัวตนผู้สื่อข่าวได้ด้วยการขอดูบัตรผู้สื่อข่าวที่ออกโดยกรมประชาสัมพันธ์ ข่าวทั่วไทย

สำหรับสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย เป็นองค์กรด้านเสรีภาพสื่อที่ดำเนินงานมากว่า 50 ปี ปัจจุบันมีสมาชิกสังกัดทั้งสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ

 

 

ที่มา: www.lokhim.com

ติดตาม ข่าวทั่วไทย ได้ที่เว็บไซต์ www.lokhim.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *